
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณแม่มากมาย แต่ในบางครั้งอาจเกิดความผิดปกติในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ โดยหนึ่งในภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน คือ ภาวะการท้องนอกมดลูก
.
ในบทความนี้ Talk to PEACH ขอพาไปทำความเข้าใจกับภาวะดังกล่าวมากขึ้น
ท้องนอกมดลูกคืออะไร
การท้องนอกมดลูก หรือ Ectopic Pregnancy เป็นภาวะที่ตัวอ่อนไม่ได้ฝังตัวในโพรงมดลูก แต่ไปฝังอยู่ในบริเวณอื่น ๆ เช่น ท่อนำไข่ (ซึ่งเป็นบริเวณที่พบได้บ่อยที่สุด) มดลูกส่วนคอ หรือ ในช่องท้อง เนื่องจากตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตในบริเวณดังกล่าวได้
.
ภาวะนี้จึงเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตของคุณแม่ ดังนั้น คุณแม่จึงควรทราบอาการที่เป็นสัญญาณเตือนอาการดังกล่าวก่อนสายเกินแก้
ท้องนอกมดลูกตรวจเจอกี่สัปดาห์

โดยปกติแล้วภาวะท้องนอกมดลูกมักเกิดขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยจะสามารถตรวจเจอหลังจากที่มีอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ขึ้นไปด้วยการอัลตราซาวด์ แต่คุณแม่มักจะรู้สึกถึงอาการของภาวะดังกล่าวในช่วงอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 4 ถึงสัปดาห์ที่ 12 ซึ่งส่วนมากในระยะแรกจะไม่มีอาการที่เด่นชัดนัก ทำให้คุณแม่ไม่รู้ตัวจนกระทั่งไปตรวจร่างกายกับคุณหมอตามนัดหมาย
อาการเมื่อเกิดภาวะท้องนอกมดลูก

อาการท้องนอกมดลูกในระยะเริ่มต้น
- ปวดท้องน้อย อาจปวดร้าวไปบริเวณสะดือ ทวารหนัก ต้นขา หรือไหล่
- มีเลือดออกจากช่องคลอดเล็กน้อย
- อาเจียน วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย
- ปวดไหล่ คอ หรือลำไส้ตรง
.
อาการท้องนอกมดลูกระดับรุนแรง (เมื่อท่อนำไข่แตก)
- ปวดท้องรุนแรงและเฉียบพลัน
- เลือดออกทางช่องคลอดมาก
- หน้ามืด เป็นลม หรือช็อกจากการเสียเลือดมาก
- หน้าซีด ผิดปกติ

สาเหตุของภาวะท้องนอกมดลูก
1. ท่อนำไข่ผิดรูปจากปกติทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปฝังตัวที่โพรงมดลูกได้ ปัจจัยที่ทำให้ท่อนำไข่ผิดปกติมีหลายปัจจัย เช่น
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เช่น หนองรังไข่
- มีรอยแผลเป็น พังผืด หรือการตีบแคบของท่อนำไข่จากการผ่าตัด
- มีประวัติเคยเป็นภาวะนี้มาก่อน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดซ้ำ
- การทำหมันหรือการแก้ไขการทำหมัน
.
2. การใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉีด หรือ ยาบางชนิด
.
3. ความผิดปกติของฮอร์โมนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
.
4. อายุมารดาตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนอายุน้อยกว่า
.
การวินิจฉัยภาวะท้องนอกมดลูก
- ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
- ตรวจภายใน
- ตรวจเลือดหาระดับฮอร์โมนรังไข่สูงกว่าปกติ (hCG)
- ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงด้วยเครื่องตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound – TVS) เพื่อยืนยันตัวอ่อนไม่อยู่ในโพรงมดลูก
การรักษาภาวะท้องนอกมดลูก
1. ยาเคมีบำบัด ได้แก่ ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate) เพื่อยับยั้งและทำลายตัวอ่อน เหมาะสำหรับรายที่อาการไม่รุนแรง ตัวอ่อนฝังในท่อนำไข่ และไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น
.
2. การผ่าตัด แบ่งได้ดังนี้
- กรีดท่อนำไข่เพื่อเอาตัวอ่อนออก แล้วเย็บท่อนำไข่กลับคืน มีโอกาสตั้งครรภ์ซ้ำในอนาคต
- ตัดท่อนำไข่ออกทั้งหมด เหมาะสำหรับรายที่มีเลือดออกมาก มีอาการรุนแรง หรือมีอายุมาก
โดยการผ่าตัดแบ่งเป็น 2 วิธี ได้แก่ ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องและผ่าตัดแบบส่องกล้อง
.
3. การให้เลือด ในกรณีที่มีการเสียเลือดมาก และยารักษาภาวะติดเชื้อและแทรกซ้อนอื่น ๆ
การป้องกันภาวะท้องนอกมดลูก
ถึงแม้ไม่สามารถป้องกันภาวะท้องนอกมดลูกโดยตรง แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย
- ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ
- ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะนี้
- ฝากครรภ์เมื่อตั้งครรภ์
.
การตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง คุณแม่ตั้งครรภ์ควรฝากครรภ์และเข้าพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติใด ๆ เพื่อการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก
กังวลท้องนอกมดลูก ปรึกษา Talk to PEACH ได้เลย


สามารถปรึกษาอาการท้องนอกมดลูกทาง เรื่องทางเพศ รวมถึงโรคเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ได้อย่างสบายใจในทุก ๆ แง่มุม ไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน สามารถรับคำปรึกษาได้ทันที หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Talk to PEACH: https://oci.ltd/zC6svMq
อ้างอิง:



