21 ตุลาคม 2024
ความรักที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกและความทุ่มเทอย่างท่วมท้น แบบนี้คือสัญญาณของรักแท้หรือเปล่า? หรือ เรากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Love Bombing กันแน่?
.
บทความนี้ Talk to PEACH จะพาไปทำความรู้จักว่า ความรักแบบ Love Bombing คืออะไร มีลักษณะอย่างไร และเราจะรับมือหรือเรียนรู้วิธีเซฟใจตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ได้ยังไง
Love Bombing คือ ความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ที่มีการทุ่มเทความรักอย่างร้อนแรงและท่วมท้นในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เมื่อฝ่ายที่ถูกหลอกให้รักรู้สึกตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ฝ่ายที่ทุ่มเทก็จะพยายามบังคับ ชักจูง หรือควบคุมชีวิตของคนรักให้เป็นไปตามที่ต้องการ โดยกลุ่มคนที่เป็น Love Bombing อาการที่พบได้มีหลายอย่าง เช่น
.
.
Love Bombing คือ อาการที่อาจเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ นอกจากนี้แม้จะเป็นความสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยในคู่รัก แต่ก็สามารถพบอาการเหล่านี้จากคนในครอบครัวหรือเพื่อนได้เช่นกัน
Love Bombing อาการเหล่านี้มักเกิดจากความรู้สึกไม่มั่นคง รู้สึกว่าไม่สามารถไว้ใจ เชื่อใจ หรือพึ่งพาคนอื่นได้ กลัวการถูกทอดทิ้ง นอกจากนี้อาจเกิดกับผู้ที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder – NPD) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หากมีตัวอย่างพฤติกรรมจากคนในครอบครัว เคยมีปมด้านความสัมพันธ์อันเลวร้ายในอดีต หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นได้จากความบอบช้ำทางจิตใจที่ได้รับในวัยเด็ก
.
หากฝ่ายที่ถูก Love Bombing ปฏิเสธความรักหรือความทุ่มเทจากฝ่ายที่ทำการ Love Bombing พวกเขาอาจใช้วิธีตำหนิอย่างรุนแรงหรือแม้แต่การข่มขู่ เพราะคนเหล่านี้ต้องการความรู้สึกมั่นคงและมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับความรักและได้รับการให้ค่าจากคนรัก เนื่องมาจากปมในใจที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัยนั่นเอง
ลักษณะของ Love Bombing สามารถแบ่งได้เป็นขั้นตอน โดยมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่
ขั้นตอนแรกของการ Love Bombing คือการสร้างภาพความรักและความสัมพันธ์ในอุดมคติ อาจเป็นการทุ่มเทของขวัญ ของมีค่า การชมเชยและพูดคำรักหวาน ๆ จนอีกฝ่ายเคลิ้มและลดระดับการป้องกันตัวเองลงจนถึงขั้นถูกหลอกให้รักและผูกพัน
.
เมื่อฝ่ายที่ถูกหลอกให้รักลดความระมัดระวังและเริ่มรู้สึกสบายใจในความสัมพันธ์แล้ว Red Flag ต่าง ๆ ก็จะเริ่มปรากฏขึ้น ฝ่ายที่ทำการ Love Bombing อาจพยายามควบคุมเราด้วยวิธีต่าง ๆ เริ่มเรียกร้องมากขึ้นและหงุดหงิดทุกครั้งที่เราวางแผนการอะไรก็ตามโดยพวกเขาไม่มีส่วนร่วม
.
เมื่ออาการเริ่มหนักขึ้นอาจถึงขั้นควบคุมไม่ให้เราพบครอบครัว เพื่อน หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน ขณะเดียวกันก็โน้มน้าวให้เราคิดว่าพฤติกรรมของพวกเขาคือเรื่องปกติ แต่หากอาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ร้ายแรงถึงขั้นข่มขู่ คุกคาม และใช้ความรุนแรงกับเราได้
หากเราเริ่มยืนหยัดเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเองหรือต่อต้านพวกเขา คนที่เป็นฝ่าย Love Bombing จะไม่ยอมรับการประนีประนอม พวกเขาอาจยุติความสัมพันธ์และหายหน้าจากเราไปเฉย ๆ จนทำให้ฝ่ายที่ถูกทิ้งรู้สึกด้อยค่า รู้สึกผิด และเสียความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรง
Love Bombing คือการถูกหลอกให้รักซึ่งอาจนำไปสู่ผลเสียมากมายทั้งการสูญเสียความมั่นใจ รู้สึกถูกด้อยค่า หรืออาจต้องเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง เพราะฉะนั้นเราลองมาดูกันว่าสัญญาณแบบไหนคือสัญญาณเตือนพฤติกรรมของการ Love Bombing เพื่อให้สามารถรับมือและหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที
ฝ่าย Love Bombing ส่วนใหญ่มักมอบของขวัญเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกของพวกเขา ซึ่งบางครั้งของขวัญเหล่านั้นก็ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย และสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
.
ฝ่าย Love Bombing มักชอบพัฒนาความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด พวกเขาอาจเรียกเราว่าเนื้อคู่ คู่ชีวิต หรือ วางแผนอนาคตยาวไปจนถึงการแต่งงานมีครอบครัว ทั้งที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ บางคนอาจต้องการแนะนำให้เรารู้จักเพื่อนและครอบครัวของเขาทันที ถึงเราจะรู้สึกยังไม่พร้อมก็ตาม
.
ฝ่าย Love Bombing อาการส่วนใหญ่ที่สังเกตได้ชัดเจน คือ การเรียกร้องความสนใจแบบเกินพอดี พวกเขาอาจเริ่มรู้สึกอิจฉาเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนในครอบครัวของเรา ในบางรายอาจยื่นคำขาดให้เราเลือกระหว่างเขากับคนเหล่านั้นเลยก็ได้ ที่สำคัญอาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบุคคลเท่านั้น แต่พวกเขาอาจไม่พอใจแม้กระทั่งสิ่งที่เราชอบหรือการทำงานอดิเรก เพราะต้องการให้เราทุ่มเทความสนใจไปที่เขามากกว่านั่นเอง
เมื่อเรากำลังถูก Love Bombing อีกฝ่ายจะไม่ยอมรับคำว่า “ไม่” จากเราเด็ดขาด เมื่อเราพยายามโต้แย้งพวกเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม คนเหล่านั้นมักจะหาเหตุผลมาโน้มน้าว โต้แย้ง หรือ ถึงขั้นทำให้เราเชื่อว่าเราเป็นฝ่ายที่คิดผิด
.
เมื่อเราอยู่ตามลำพัง ห่างไกลจากเพื่อนและครอบครัว ฝ่าย Love Bombing จะคิดว่าพวกเขาสามารถควบคุมเราได้ง่ายกว่า และตัวเองยังได้รับความสนใจจากเราเต็มที่ พวกเขาจึงชอบเวลาที่เราอยู่คนเดียวมากกว่าเวลาอื่น
บางครั้งอาจถึงขั้นห้ามเราทำกิจกรรมหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่ไม่มีเขาร่วมด้วยเลยก็ได้
.
การแสดงความรักไม่จำเป็นต้องเป็นการให้ของขวัญเสมอไป แต่ยังหมายถึงการสื่อสารทางคำพูดและการกระทำที่มากเกินพอดี ทั้งในการสนทนาทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ตอนอยู่ในที่สาธารณะ พฤติกรรมเหล่านี้อาจแสดงออกทั้งในช่องทางส่วนตัวอย่างการพูดคุยต่อหน้า การคุยโทรศัพท์ ไปจนถึงการโพสต์บอกรักและแสดงความรู้สึกอย่างท่วมท้นผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้สาธารณชนรับรู้ความสัมพันธ์ครั้งนี้
.
เป็นเรื่องปกติหากเรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ยังไม่ใช่ แต่เมื่อไรที่เริ่มรู้สึกอึดอัด ถูกควบคุม คิดมาก และรู้สึกว่าชีวิตกำลังเสียสมดุลด้านต่าง ๆ ไป อาจถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนแล้วว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ Love Bombing อยู่
แม้จะรู้ตัวแล้วว่ากำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นการ Love Bombing แต่หลายคนอาจยังมีคำถามว่า Love Bombing แก้ยังไง สามารถทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นหรือเป็นปกติได้หรือไม่
.
ก่อนอื่นหากเรารู้ตัวแล้วว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ สิ่งที่ควรทำคือการสร้างพื้นที่ของตัวเองหรือถอยออกมาจากความสัมพันธ์เพื่อตั้งสติและพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อสำรวจว่าเรารู้สึกอย่างไรและจะรับมืออย่างไรต่อจากนี้
.
อาจลองพูดคุยกับคนรักอย่างจริงจังและกำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมถึงประเมินว่าพวกเขามีโอกาสที่จะเรียนรู้และปรับตัวได้หรือไม่ หากพวกเขาไม่ยอมรับและมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ก็อาจถึงเวลาที่ต้องคิดต่อไปว่าจะหาทางยุติความสัมพันธ์อย่างปลอดภัยได้อย่างไร อย่าลังเลที่จะขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ครอบครัว และผู้เชี่ยวชาญ
.
โดยสิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนักอยู่เสมอ คือ เราไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของใครได้ และเราไม่ผิดที่ถูกหลอกให้รักคนที่มีพฤติกรรม Love Bombing เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องโทษตัวเองหรือรู้สึกผิดใด ๆ
.
หลังจากยุติความสัมพันธ์แล้วหากยังมีความสับสน ความรู้สึกผิด หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ให้เราลองไปพบเพื่อน ครอบครัว หรือทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อเยียวยาหัวใจตัวเอง
.
นอกจากนี้การพบนักบำบัดหรือจิตแพทย์เพื่อแก้ไขปมในใจที่ยังหลงเหลืออยู่จากการ Love Bombing ก็เป็นอีกทางออกที่ช่วยได้เช่นกัน
Love Bombing คือการทำร้ายความรู้สึกและยังทำให้เกิดแผลใจหลายด้าน พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เราควรทนแบกรับ สิ่งสำคัญก็คือเมื่อรู้ตัวแล้ว เราสามารถขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด หรือ ขอรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้พร้อมจะก้าวออกจากความสัมพันธ์ในครั้งนี้ได้อย่างกล้าหาญและพร้อมเดินต่อไปอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
สามารถปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ได้อย่างสบายใจในทุก ๆ แง่มุม ไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน สามารถรับคำปรึกษาได้ทันที หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Talk to PEACH: https://oci.ltd/S8LEpRg
อ้างอิง:
ความสัมพันธ์