ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์? รวมคำถามเกี่ยวกับการมีเซ็กส์

ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์? รวมคำถามเกี่ยวกับการมีเซ็กส์

18 ตุลาคม 2022

Share on

ใส่ถุงยางแล้วยังมีโอกาสท้องอยู่ไหม?

สอดใส่แป๊บเดียวจะท้องไหม?

มีอะไรกันแต่ไม่เสร็จจะท้องไหม?

ใช้ถุงยางแต่ไม่กินยาคุม มีโอกาสท้องไหม?

หลั่งในท้องไหม?

นี่คือตัวอย่างคำถามที่แสดงถึงความกังวล เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยในโลกของอินเทอร์เน็ต ถ้าหากคุณมีข้อสงสัยว่า ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์? มีเพศสัมพันธ์แล้วป้องกันด้วยวิธีนี้ จะทำให้ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า? บทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยให้คุณ! พร้อมพาไปรู้จักกับวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้แบบไร้กังวล อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แบบเห็นผล!  

ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องไหม

ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์? รวม 8 คำถามเรื่องเซ็กส์ที่พบบ่อย

  • ไม่ได้สอดใส่ แต่ใช้นิ้ว ทำออรัลเซ็กส์ และเอาอวัยวะเพศถูกัน มีโอกาสท้องไหม?

การใช้นิ้ว ทำออรัลเซ็กส์ และการถูกันภายนอกของอวัยวะเพศ ไม่สามารถทำให้ท้องได้ แต่ต้องมั่นใจว่านิ้วมือไม่ได้เปื้อนอสุจิ และไม่ได้มีการสอดใส่ เพราะหากมีการสอดใส่อาจมีความเสี่ยงทำให้ท้องได้

  • มีอะไรกับแฟนแต่ยังไม่เสร็จ สอดใส่แป๊บเดียว มีโอกาสท้องไหม?

หากมีการสอดใส่เกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้ท้องได้ เพราะหากมีอสุจิที่ยังตกค้างอยู่ อสุจิอาจปนออกมาพร้อมกับน้ำหล่อลื่นของฝ่ายชายได้ ซึ่งทำให้มีโอกาสในการท้อง จึงแนะนำให้ป้องกันด้วยการใส่ถุงยางหรือกินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน ฉีดยาคุมกำเนิด หรือฝังยาคุมกำเนิดควบคู่กันไป

  • ใส่ถุงยาง แต่กังวลว่าจะมีน้ำอสุจิเล็ดลอดไหลย้อนออกมา แบบนี้จะท้องไหม?

หากใส่ถุงยางอย่างถูกวิธี โดยใส่ตั้งแต่เริ่มสอดใส่จนจบการมีเพศสัมพันธ์ และถุงยางไม่ได้หลุด รั่ว หรือแตก ก็ไม่ต้องกังวลไป แบบนี้ไม่มีโอกาสท้อง

  • ใส่ถุงยางแต่ไม่ได้กินยาคุมกำเนิด แบบนี้จะท้องไหม?

การใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี สามารถลดโอกาสท้องได้ถึง 85-98 เปอร์เซ็นต์ และสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย แต่ถ้าเราไม่มั่นใจ เราสามารถป้องกันด้วยการทานยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน ฉีดยาคุมกำเนิด หรือฝังยาคุมกำเนิด ร่วมด้วย

  • ไม่ได้ใส่ถุงยางหรือกินยาคุมกำเนิด แต่ใช้วิธีหลั่งนอกเอา แบบนี้จะท้องไหม?

หากคุณยังเชื่ออยู่ว่าการหลั่งนอกทำให้ไม่ท้อง คุณอาจต้องมาเสียใจภายหลัง! เพราะการหลั่งนอกเป็นวิธีที่มีโอกาสผิดพลาดสูงและยังมีโอกาสท้องได้ สามารถลดโอกาสการท้องได้เพียง 78 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะอสุจิอาจปนมากับน้ำหล่อลื่นของฝ่ายชายอยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการหลั่งอสุจิก็ตาม 

  • หลั่งในแต่กินยาคุมกำเนิดอยู่ แบบนี้จะท้องไหม?

รู้หรือไม่? ยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถคุมกำเนิดได้ถึง 91-99 เปอร์เซ็นต์ แต่จะต้องกินยาให้ครบ ห้ามขาด และตรงเวลา ยาคุมกำเนิดจึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ หรือหากไม่แน่ใจว่าการกินยาคุมกำเนิดของเรามีประสิทธิภาพหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อใช้วิธีการคุมกำเนิดในลักษณะอื่นแทน เช่น การฉีดยาคุมกำเนิดหรือฝังยาคุมกำเนิด เป็นต้น

  • หลั่งในแต่ปัสสาวะและสวนล้างช่องคลอดหลังมีอะไรกันทันที แบบนี้จะท้องไหม?

หลังการมีเพศสัมพันธ์ หากเราปัสสาวะทันทีจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของท่อปัสสาวะได้ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการลดโอกาสในการท้องเลยแม้แต่น้อย ส่วนการสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำไม่ใช่วิธีการคุมกำเนิดและไม่ได้ลดโอกาสในการท้องเช่นเดียวกัน ซ้ำยังทำให้ช่องคลอดได้รับบาดเจ็บและมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้นด้วย 

  • ฝ่าไฟแดง! มีอะไรกันแบบไม่ได้ป้องกันช่วงมีประจำเดือน จะท้องไหม?

หากคุณเข้าใจว่าการมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน ถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดวิธีหนึ่ง นั่นเป็นความเข้าใจผิดที่นำไปสู่ความเสี่ยงในการท้องได้! เพราะในช่วงไข่ตก จะมีเลือดจาง ๆ คล้ายประจำเดือนไหลออกมา ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเลือดประจำเดือน และเมื่อมีเพศสัมพันธ์ในช่วงดังกล่าวโดยไม่ได้ป้องกัน จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีโอกาสท้องโดยไม่ได้ตั้งใจได้ หรืออีกกรณีหนึ่ง หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ในวันที่ประจำเดือนใกล้หมด หรือมีการหลั่งใน อาจมีอสุจิตกค้างอยู่ในช่องคลอด เพิ่มโอกาสในการท้องสูงขึ้น เนื่องจากอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในช่องคลอดได้นานถึง 48-72 ชั่วโมง จึงแนะนำว่าควรมีการป้องกันในรูปแบบอื่น เช่น ใส่ถุงยางอนามัยร่วมด้วย เพราะนอกจากจะช่วยลดโอกาสในการท้องแล้ว ยังสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย

ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องไหม

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้! มีเซ็กส์อย่างไรไม่ให้ท้อง? 

  • ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์

ใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี โดยใส่ตั้งแต่ต้นจนจบการสอดใส่ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ สามารถลดโอกาสท้องลงได้ถึง 98 เปอร์เซ็นต์ และช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อโรคติดต่อที่ทางเพศสัมพันธ์ อย่างเช่น การติดเชื้อ HIV โรคซิฟิลิส โรคเริมที่อวัยวะเพศ โรคหนองในเทียม โรคหนองในแท้ ได้อีกด้วย

วัดขนาดน้องชายยังไง? วิธีวัดขนาดอวัยวะเพศ หมดปัญหาซื้อถุงยางผิด

TTP sale button

การกินยาเม็ดคุมกำเนิดแบบรายเดือน สามารถลดโอกาสท้องลงได้ถึง 91-99 เปอร์เซ็นต์ โดยการกินยาเม็ดคุมกำเนิดรายเดือน ทั้งแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด ให้เริ่มกินเม็ดแรกภายใน 5 วัน ของการมีประจำเดือน โดยกินวันละ 1 เม็ด ให้ตรงเวลาเดิมในทุก ๆ วันจนกว่าจะหมดแผง หากไม่สามารถกินเม็ดแรกได้ทันภายใน 5 วันของการมีประจำเดือน จะต้องกินยาติดต่อกัน 5-7 วันก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันได้

  • ฉีดยาคุมกำเนิด

การฉีดยาคุมกำเนิด สามารถลดโอกาสท้องลงได้ถึง 94-99 เปอร์เซ็นต์ โดยคุมกำเนิดได้นาน 1-3 เดือน จากการฉีดเพียงครั้งเดียวขึ้นอยู่กับประเภทที่ฉีด และการฉีดยาคุมกำเนิดอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และอาการปวดประจำเดือนได้ด้วย แต่มีผลข้างเคียงคือประจำเดือนมาไม่ปกติ และมีเลือดออกกะปริบกะปรอยร่วมด้วยเช่นกัน

  • ฝังยาคุมกำเนิด 

การฝังยาคุมกำเนิด สามารถลดโอกาสท้องลงได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ และการฝังยาคุมกำเนิด 1 ครั้งจะอยู่ได้นาน 3-5 ปี แล้วแต่ชนิดยา โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงมาก แต่มีผลข้างเคียงด้วยเช่นกัน เช่น ประจำเดือนมาผิดปกติและไม่มีประจำเดือนไปตลอดช่วงที่ฝังยา อารมณ์แปรปรวน น้ำหนักตัวเพิ่ม เกิดฝ้าและสิว ช่องคลอดอักเสบและแห้ง เกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ หรือมีโอกาสการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้มากกว่าปกติ

ปรึกษาเรื่องเพศและวิธีป้องกันที่ถูกต้องกับ Talk To PEACH  

Talk to PEACH Promo

ปรึกษาไม่ระบุตัวตนผ่าน Talk to PEACH

หากคุณอยากปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ หรืออยากพูดคุยให้ใครสักคนฟัง แต่ไม่รู้จะไปปรึกษาใครดี?

สามารถพูดคุยได้ทั้งผ่านวิดีโอคอล และแชทถาม-ตอบผ่านแอป Talk to PEACH หรือ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Talk To PEACH: https://oci.ltd/cV66m 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

น้องสาวมีกลิ่นคาว ปัญหาใหญ่ของสาว ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม!

วิธีกินยาคุมครั้งแรก 21 และ 28 เม็ด สำหรับมือใหม่

อ้างอิง

ความสัมพันธ์

ปัญหาเพศชาย

ปัญหาเพศหญิง

สุขภาพเพศทางกาย