
สาว ๆ หลายคนคงสงสัยว่าเลือกวิธีการคุมกำเนิดแบบไหนดี? อีกหนึ่งรูปแบบการคุมกำเนิดสำหรับเพศหญิง นั่นคือการคุมกำเนิดด้วยห่วงคุมกำเนิด เป็นอีกวิธีที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ แล้วการใช้งานห่วงคุมกำเนิดเป็นอย่างไร มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้างนั้น บทความนี้จะมาอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจกัน
- ห่วงคุมกำเนิด คืออะไร ทำไมถึงช่วยคุมกำเนิดได้
- ห่วงคุมกำเนิดมีกี่ชนิด ทำความรู้จักประเภทของห่วงคุมกำเนิด
- ห่วงคุมกำเนิด ใส่อย่างไร?
- ห่วงคุมกำเนิด เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร
- ห่วงคุมกำเนิด ดีไหม? ห่วงคุมกำเนิด ข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง
- แล้วห่วงคุมกำเนิด เอาออกได้เมื่อไหร่?
- ข้อควรระวังสำหรับการใส่ห่วงคุมกำเนิด
- ห่วงคุมกําเนิด ราคาเท่าไหร่ อัปเดตปี 2567
- คุมกำเนิดแบบไหนดี แบบไหนที่เหมาะกับเรา ปรึกษา Talk to PEACH ได้เลย
ห่วงคุมกำเนิด คืออะไร ทำไมถึงช่วยคุมกำเนิดได้

ในปัจจุบันมีวิธีการคุมกำเนิดหลากหลายแบบ ทั้งยาเม็ดคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดแบบฉีด ยาคุมกำเนิดแบบฝัง ยาคุมกำเนิดแบบแปะ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนให้ความสนใจ คือ การใส่ห่วงคุมกำเนิด หรือ การใส่ห่วงอนามัย นั่นเอง
โดยห่วงคุมกำเนิด คือ อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่เข้าไปในโพรงมดลูก มีหลากหลายชนิดและมีรูปร่างแตกต่างกัน สามารถโค้งงอได้โดยไม่หัก สำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านการมีบุตร อาจเลือกใช้ห่วงคุมกำเนิดขนาดเล็กสุด ซึ่งห่วงคุมกำเนิดนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงและสามารถใส่ได้นาน 3-10 ปี หรือนานกว่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของห่วงคุมกำเนิดแต่ละชนิด
ห่วงคุมกำเนิดมีกี่ชนิด ทำความรู้จักประเภทของห่วงคุมกำเนิด
ในปัจจุบันห่วงคุมกำเนิดมี 3 ชนิดด้วยกัน ดังนี้
- ห่วงคุมกำเนิดแบบอักษรตัวที (T-shaped IUD) มีความกว้าง 28-32 มิลลิเมตร ความยาว 30-36 มิลลิเมตร
- ห่วงคุมกำเนิดแบบอักษรตัวยู (U-shaped IUD) มีลักษณะคล้ายร่ม มีความกว้าง 18-24 มิลลิเมตร ความยาวใกล้เคียงกับห่วงคุมกำเนิดอักษรตัวที
- ห่วงคุมกำเนิดแบบอักษรตัววาย (Y-shaped IUD) ความกว้าง 18-24 มิลลิเมตร ความยาวใกล้เคียงกับห่วงคุมกำเนิดอักษรตัวทีเช่นกัน
ห่วงคุมกำเนิด ใส่อย่างไร?
การใส่ห่วงคุมกำเนิดจำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใส่ห่วงบริเวณโพรงมดลูก โดยทั่วไปการใส่ห่วงใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที โดยไม่ต้องฉีดยาชาหรือดมยาสลบ และจำเป็นต้องทำในสถานพยาบาลเพราะต้องใช้เครื่องมือที่ปลอดภัย หลังการใส่ห่วงจำเป็นต้องติดตามอาการเพื่อเช็กว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น มีเลือดไหล มีอาการปวดท้องรุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ห่วงคุมกำเนิด เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร
ก่อนที่เราจะคุมกำเนิดด้วยการใส่ห่วงคุมกำเนิดนั้น ต้องเช็กก่อนว่าเหมาะและไม่เหมาะกับใครบ้าง เพื่อที่จะได้มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดมากที่สุด
| ห่วงคุมกำเนิด เหมาะกับใครบ้าง | กลุ่มคนที่ไม่ควรใช้ห่วงคุมกำเนิด |
| 1. เพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว จำนวน 3 ปีขึ้นไป 2. เพศหญิงที่ไม่ต้องการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดอื่น 3. เพศหญิงที่ให้นมบุตร 4. เพศหญิงที่มีประจำเดือนมามาก 5. เพศหญิงที่ต้องการกลับมาตั้งครรภ์ได้หลังจากหยุดใช้ | 1. ผู้ที่ตั้งครรภ์ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2. ผู้ที่มีโรคอักเสบในอุ้งเชิงกราน 3. ผู้ที่เป็นมะเร็งมดลูก 4. ผู้ที่มีความผิดปกติของมดลูก |
ห่วงคุมกำเนิด ดีไหม? ห่วงคุมกำเนิด ข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง
ข้อดีของการใส่ห่วงคุมกำเนิด
- มีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันการตั้งครรภ์
- ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมกินยา
- ใช้งานได้ยาวนาน 3-10 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของห่วง
- ไม่ส่งผลต่อน้ำหนักตัว
- ไม่ส่งผลต่อฮอร์โมน
- ช่วยลดปริมาณประจำเดือน ในกรณีของห่วงคุมกำเนิดชนิดมีฮอร์โมน
- ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
ข้อเสียหรือผลข้างเคียงของการใส่ห่วงคุมกำเนิด
- อาจมีการเจ็บและมีเลือดออกเล็กน้อยเมื่อใส่ห่วงคุมกำเนิด
- อาจมีอาการปวดเกร็งท้องขณะมีประจำเดือนและประจำเดือนมาผิดปกติ
- อาจเกิดเหตุการณ์ห่วงคุมกำเนิดหลุดได้ โดยเฉพาะในช่วงปีแรกและพบในผู้ที่อายุน้อย
- ได้รับอันตรายจากห่วงคุมกำเนิด เช่น อาจเกิดการบาดเจ็บในโพรงมดลูก
- อาจรบกวนการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากห่วงคุมกำเนิดมีส่วนประกอบของสายไนลอน

แล้วห่วงคุมกำเนิด เอาออกได้เมื่อไหร่?
เช่นเดียวกับการใส่ห่วงคุมกำเนิด การเอาห่วงคุมกำเนิดออกจำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนำห่วงออกเช่นกัน ในขณะที่นำห่วงออก อาจมีเลือดออกและมีอาการปวดเกร็งท้องเล็กน้อย สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องนำห่วงคุมกำเนิดออก มีดังนี้
- ครบอายุการใช้งาน
- ต้องการจะมีบุตร
- ต้องการเปลี่ยนไปใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่น
- ถึงวัยหมดประจำเดือน
- ห่วงคุมกำเนิดชำรุด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อมดลูก
- เกิดการตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถนำห่วงออกมาได้ไม่เกิดอันตรายใด ๆ
ข้อควรระวังสำหรับการใส่ห่วงคุมกำเนิด

- การใส่ห่วงคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ สำหรับการมีเพศสัมพันธ์นั้นจำเป็นต้องใส่ถุงยางอนามัยร่วมด้วย เพราะจะช่วยป้องกันได้ทั้งการคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- หลังใส่ห่วงคุมกำเนิดแล้ว ควรตรวจสอบว่าเส้นไนลอนยังอยู่ในลักษณะเดิมเหมือนตอนใส่ตั้งแต่แรกหรือไม่ ซึ่งหากพบความผิดปกติ แสดงว่าอาจมีการเคลื่อนที่ของห่วงคุมกำเนิดที่คลาดเคลื่อน ให้รีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบ
- หากเกิดความผิดปกติหรือมีอาการผิดปกติขึ้น เช่น ปวดท้องมาก เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดคล้ายประจำเดือนออกจากช่องคลอดแบบผิดปกติ ให้กลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายทันที
ห่วงคุมกําเนิด ราคาเท่าไหร่ อัปเดตปี 2567
สำหรับราคาห่วงคุมกำเนิด และการใส่ห่วงคุมกำเนิดจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,500 – 15,000 บาท
ขึ้นอยู่กับ ชนิดของห่วง ยี่ห้อ หรือสถานพยาบาล เป็นต้น
คุมกำเนิดแบบไหนดี แบบไหนที่เหมาะกับเรา ปรึกษา Talk to PEACH ได้เลย


หากสาว ๆ คนไหนหรือท่านใดที่สงสัยว่าควรคุมกำเนิดแบบไหนดี แบบไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด สามารถพูดคุยได้ทั้งผ่านวิดีโอคอล และแชทถาม-ตอบผ่านแอป Talk to PEACH โดยผู้เชี่ยวชาญ และนักเพศวิทยาคอยให้คำปรึกษาทุกเมื่อ หรือ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Talk To PEACH: https://oci.ltd/XfkJCqQ
อ้างอิง:



