
หลังจากที่สาวข้ามเพศได้รับการผ่าตัดแปลงเพศเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าภายในร่างกายของเราจะมีอวัยวะที่สร้างขึ้นมาใหม่ นั่นคือ บริเวณช่องคลอดเทียมที่มีรูปทรงเหมือนอวัยวะเพศหญิงซึ่งมีอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่สาว ๆ ควรทราบ นั่นคือการแยงโม หรือการไดเลท (Dilation) เนื่องจากการไดเลทจะช่วยให้ขยายช่องคลอดที่สร้างขึ้นมาใหม่ให้กว้าง และลึกขึ้น
ในบทความนี้ ขอพาไปทำความรู้จักว่าการช่วยขยายอวัยวะเพศหลังแปลงเพศนี้คืออะไร และมีวิธีการทำอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมชวนดูข้อควรรู้หลังแปลงเพศ
แยงโม คืออะไร สิ่งที่สาวข้ามเพศต้องทราบ

เมื่อได้รับการผ่าตัดแปลงเพศจากอวัยวะเพศชายให้กลายเป็นอวัยวะเพศหญิง สิ่งสำคัญเลยคือการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณแผลที่ผ่าตัด โดยเฉพาะบริเวณช่องคลอด ทั้งนี้ยังมีอีกขั้นตอนสำคัญ นั่นคือ การแยงโม หรือ การไดเลท นั่นเอง
โดยวิธีการไดเลทคือการใช้แท่งขยายมีลักษณะคล้ายกับอวัยวะของเพศชาย มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ เล็ก กลาง และใหญ่ หรือ ตั้งแต่ไซซ์ S-XXL ซึ่งขนาดของแท่งนั้นมีส่วนสำคัญในการช่วยขยายช่องคลอดเทียมไม่ให้ตีบ ตัน และช่วยให้ช่องคลอดกว้างขึ้นด้วย
แยงโม เจ็บไหม ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
สำหรับการแยงโมในครั้งแรกนั้น ส่วนมากจะมีอาการเจ็บ เพราะการทำช่องคลอดเทียมในช่วงแรกช่องคลอดยังไม่ขยายดีมากนัก แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้ช่องคลอดมีรูปทรงดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หรือ ตามที่แพทย์กำหนด

วิธีแยงโม ที่ควรรู้
- ในช่วง 1 ปีแรกที่ผ่าตัดแปลงเพศ ให้ทำวันละ 2 ครั้ง โดยนำแท่งขนาดที่เหมาะสม ตามที่แพทย์กำหนด ค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในช่องคลอด
- แนะนำว่าควรสวมถุงยางอนามัย และใช้สารหล่อลื่นทุกครั้ง เพราะจะช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บช่องคลอดมากนัก
- หลังจากผ่านไปแล้ว 1 ปีแล้ว ควรปรับขนาดแท่งแยงโมให้ใหญ่ขึ้นตามที่แพทย์แนะนำ เพราะจะช่วยให้ช่องคลอดขยายขึ้นอย่างธรรมชาติ และให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
การแยงโมควรใช้เวลาครั้งละกี่นาที
สำหรับระยะเวลาแต่ละครั้งในช่วงแรก ควรทำในระยะเวลาตามที่แพทย์สั่ง หรือ ทำครั้งละ 30-60 นาที และควรเลือกแท่งที่มีซิลิโคนที่อ่อนนุ่ม เกรดทางการแพทย์ เพราะอ่อนโยนกับผิวบริเวณช่องคลอด และไม่เป็นอันตรายกับช่องคลอดด้วย อีกทั้งควรทำความสะอาดก่อนและหลังทำทุกครั้งด้วย
ข้อควรรู้หลังการแปลงเพศมีอะไรบ้าง?

ยังมีข้อควรระวังอื่น ๆ หลังการแปลงเพศที่เราควรทำ เพื่อให้การแปลงเพศนั้นปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีคำแนะนำ ดังนี้
- ในช่วงแรกหลังการผ่าตัด บริเวณช่องคลอดเทียม ส่วนของเส้นประสาทยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว ทำให้ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หลังจากที่พักฟื้นใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ความรู้สึกทางเพศจะค่อย ๆ เริ่มกลับมา
- หลังแปลงเพศไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ทันที เพราะจะทำให้แผลช่องคลอดแตกได้ ควรพักฟื้นให้แผลหายสนิทก่อน โดยควรพักฟื้นอย่างน้อย 2-3 เดือน
- การผ่าตัดแปลงเพศเป็นการผ่าตัดโดยใช้ผิวหนังองคชาตเดิม ดังนั้น บริเวณช่องคลอดจะไม่สามารถผลิตสารหล่อลื่นเองได้ ดังนั้น ควรใช้เจลหล่อลื่นเพื่อช่วยลดอาการเจ็บจากการมีเพศสัมพันธ์
- ขณะหลับสามารถใช้ซิลิโคนที่นิ่มและนุ่มเสียบคาไว้บริเวณช่องคลอดเทียม
- หากไม่แยงโมอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้ช่องคลอดตีบและตันได้ในที่สุด และจำเป็นต้องผ่าตัดแปลงเพศใหม่ โดยใช้วิธีการต่อลำไส้ใหญ่แทน
สงสัยเกี่ยวกับการแยงโม ปรึกษา Talk to PEACH ได้เลย


สามารถปรึกษาเรื่องทางเพศ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับเพศได้อย่างสบายใจในทุก ๆ แง่มุม ไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน สามารถรับคำปรึกษาได้ทันที หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Talk to PEACH: https://oci.ltd/wNGPJnH



