
อีกหนึ่งภาวะที่พบบ่อยได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์แล้ว นั่นคือ ภาวะถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งก่อให้เกิดอาการปวดท้อง และรอบเดือนมาไม่ปกติ แล้วภาวะถุงน้ำในรังไข่ อาการเป็นอย่างไร คืออะไร มีอาการนี้แบบไหนผิดปกติ
ในบทความนี้ Talk To PEACH จะพาทุกคนไปรู้จักภาวะถุงน้ำในรังไข่กันให้มากขึ้น พร้อมบอกสาเหตุและวิธีรักษา
ถุงน้ำในรังไข่ คืออะไร? ถุงน้ําในรังไข่ อาการเป็นอย่างไร?
ถุงน้ำในรังไข่ หรือ ที่เรียกว่าซีสต์ คือถุงหรือกระเปาะที่มีของเหลวหรือเนื้อเยื่อเจริญอยู่ภายใน ซึ่งเกิดขึ้นภายในหรือรอบรังไข่ของผู้หญิง ถุงน้ำจะแตกออกเพื่อกระตุ้นให้ไข่ตก และจะค่อย ๆ ยุบและหายไปเอง ซึ่งถุงน้ำสามารถค้างอยู่ในร่างกายได้นานถึง 2-3 เดือนและยุบหายไป
ถุงน้ำในรังไข่ อาการเป็นยังไง

แล้วถุงน้ำในรังไข่ อาการเป็นยังไง? แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเป็น PCOS – Polycystic Ovary Syndrome หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่ มักมีอาการที่สังเกตได้ ดังนี้
- ปวดท้องหรือปวดบริเวณเชิงกราน มักจะเป็นอาการปวดทื่อ ๆ หรือปวดเกร็งที่อาจเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ หรือคงที่
- ปวดในช่วงมีประจำเดือน อาจมีอาการปวดมากขึ้นในช่วงนี้
- ปวดในระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
- ปัสสาวะบ่อยหรือรู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะ หากมีซีสต์ขนาดใหญ่สามารถกดทับกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นหรือรู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะได้
- อาจมีประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น มามากหรือมาน้อยกว่าปกติ
- ท้องอืดหรือรู้สึกแน่นในท้อง
- บางกรณีอาจมีน้ำหนักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- อาการอื่น ๆ ที่พบได้น้อย อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกไม่สบายทั่วไป

ถุงน้ำในรังไข่แตก หายเองได้ไหม
ถุงน้ำในรังไข่ หรือซีสต์สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติไม่ต้องผ่าตัด แต่ทั้งนี้ก็มีซีสต์บางประเภทที่อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด และรักษาอย่างทันท่วงที
โรคถุงน้ำในรังไข่ มีลูกได้ไหม
หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเราเป็นภาวะถุงน้ำในรังไข่ สามารถมีลูกได้ไหม นั้น คำตอบคือ สามารถมีบุตรได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการมีภาวะนี้อาจส่งผลให้มีบุตรยาก ควรปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินและวางแผนการมีลูก
ประเภทของถุงน้ำรังไข่ มีอะไรบ้าง
ถุงน้ำรังไข่แบบ ฟังค์ชั่นนัล ซีสต์ (Functional Cyst)
เป็นถุงน้ำรังไข่เกิดขึ้นได้ปกติ เพื่อสร้างไข่ที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์ในเพศหญิง
เนื้องอกถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Tumor หรือ Ovarian Cyst)
สามารถเป็นได้ทั้งเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงหรือร้ายแรง โดยสามารถตรวจสอบได้จากการตรวจเอกซเรย์หรือตรวจอัลตราซาวด์
ถุงน้ำคล้ายเนื้องอก (Tumor like condition) หรือ ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst)
เกิดจากการที่บริเวณรังไข่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ สังเกตได้ง่าย ๆ ว่า หากมีประจำเดือนจะมีเลือดซึมออกมาสะสมคล้ายกับสีของช็อกโกแลต
วิธีรักษาภาวะถุงน้ำในรังไข่

การรักษาภาวะถุงน้ำในรังไข่ขึ้นอยู่กับขนาด ประเภท และอาการของซีสต์ วิธีการรักษาหลัก ๆ ที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น
การเฝ้าระวัง ตรวจสอบภาวะถุงน้ำในรังไข่
หากถุงน้ำมีขนาดเล็กและไม่มีอาการ แพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าระวังโดยการตรวจอัลตราซาวนด์เป็นระยะ ๆ เพื่อดูว่าถุงน้ำหายไปเองหรือไม่ โดยควรเข้ารับการตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การใช้ยา
ทานยาคุมกำเนิดที่ควบคุมโดยแพทย์ ช่วยควบคุมรอบเดือนและลดโอกาสการเกิดถุงน้ำใหม่ ๆ แต่ไม่ได้ทำให้ถุงน้ำที่มีอยู่หายไป
ทั้งนี้หากอาการรุนแรงจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็น การผ่าตัดผ่านกล้อง ใช้ในการผ่าตัดถุงน้ำขนาดเล็ก โดยการทำแผลเล็ก ๆ และใช้กล้องช่วยในการผ่าตัด เป็นต้น
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นถุงน้ำในรังไข่

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าการมีภาวะถุงน้ำในรังไข่ ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม มีวิธีบางอย่างที่อาจช่วยลดความเสี่ยงหรือช่วยในการตรวจพบและรักษาได้เร็วขึ้น ได้แก่
1. การตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจภายในเป็นประจำสามารถช่วยตรวจพบถุงน้ำในรังไข่ตั้งแต่ระยะแรก ๆ และรักษาได้เร็ว
2. การใช้ยาคุมกำเนิด
การใช้ยาคุมกำเนิดสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนและลดความเสี่ยงของการเกิดถุงน้ำในรังไข่บางประเภทได้
3. การรักษาความสมดุลของฮอร์โมน
เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และลดความเครียด
4. หมั่นตรวจภายใน
หากมีภาวะทางนรีเวชอื่น ๆ เช่น ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ควรได้รับการรักษาและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ
5. การสังเกตและรายงานอาการผิดปกติ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปวดในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
ถุงน้ำรังไข่ห้ามกินอะไรบ้าง?
หากกังวลเรื่องภาวะถุงน้ำในรังไข่ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทั้งนี้ควรงดรับประทานอาหารบางประเภท ที่ทำให้รบกวนฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็น
1. อาหารที่มีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูง
อาหารทอด ฟาสต์ฟู้ด ขนมอบที่ทำจากน้ำมันปาล์มและมาการีน หรืออาหารที่มีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับถุงน้ำในรังไข่
2. น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี
งด หรือเว้นการทานขนมหวาน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ขนมปังขาว ข้าวขาว พาสต้า เพราะน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีสามารถเพิ่มระดับอินซูลินและมีผลกระทบต่อฮอร์โมน ซึ่งอาจทำให้ถุงน้ำเติบโต
3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
แอลกอฮอล์และคาเฟอีนในปริมาณมากอาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนและการทำงานของรังไข่ได้
กังวลเกี่ยวกับถุงน้ําในรังไข่ อาการเป็นยังไง ปรึกษา Talk to PEACH ได้เลย


สามารถปรึกษาเรื่องทางเพศ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับเพศได้อย่างสบายใจในทุก ๆ แง่มุม ไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน สามารถรับคำปรึกษาได้ทันที หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Talk to PEACH: https://oci.ltd/bYHuUin
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ปวดท้องเมนส์มาก ทำไงดี ชวนดูสาเหตุและวิธีรักษา
- ประจำเดือนไม่มา 1 เดือน เกิดจากอะไร? ควรแก้และป้องกันยังไงดี
- ประจำเดือนไม่มา 2 เดือน ผิดปกติไหม ชวนดูสาเหตุ พร้อมบอกวิธีแก้
อ้างอิง:



